
“ตั้งใจจะเขียนมาพักใหญ่ๆ รอจนว่างวันนี้ จึงลงมือทันทีไม่มีรออะไรอีก”
ดนตรีฝั่งยุโรปมีพัฒนาการหลากหลาย แตกแขนงไปมากมาย เพียงเพื่อค้นหาตัวตน
ความต่าง สไตล์ที่เฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์ และบางครั้งก็เป็นประวัติศาสตร์ไป……..
เมื่อ Black Sabbath ได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ คงไม่มีวงดนตรีเมตัลหรือร็อควงใด
กล้าปฏิเสธว่า Black Sabbath ถือเป็นรากเหง้าและจุดกำเนิดสำคัญให้กับแวดวงดนตรี
หนักกระโหลกแทบจะทุกๆวง(หรือจะเถียง?) ริฟฟ์ที่แตกสนั่น เสียงแบบไตรโทน กีตาร์ทูน
สายต่ำ ท่วงทำนองที่หนักยาน เนิบนาบ บางครั้งก็รวดเร็ว รุนแรง ผสมผสานกับท่วงทำนอง
อันแสนจะหนักอึ้ง และวลี “No Riffs No Song” ก็ยังคงใช้ได้ดีเรื่อยมา
ในขณะที่แธรช เดธ แบล็ค ไกรนด์คอร์ หรือ บรรดาเอ็กซ์ตรีมเมตัลในรูปแบบใหม่ๆ พากัน
พาเหรดกันออกมาในยุคสมัยต่างๆ เพียงเพื่อหลีกหนีจากสิ่งที่มีคนเคยทำไว้แล้ว.. หนทาง
ของปีศาจจากแคลิฟอร์เนียกลุ่มนี้ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน ขณะที่วงต่างๆพยายามเล่นดนตรี
ของพวกเขาให้เร็วขึ้น แรงขึ้น ดังขึ้น หนักขึ้น Sleep กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม สรรพเสียงของ
พวกเขากดต่ำ หนักยานอย่างที่สุด เชื่องช้า แต่..หนักหน่วงและอื้ออึง พาลให้ผู้ฟังนั้นมึนตึ้บ….
เครื่องดนตรีสามชิ้นที่บรรเลงได้อย่างนรกแตก ซาวน์กีตาร์ที่สาก รก แห้ง แต่หนักแน่น
เบสกระแทกกระทั้น กลองที่ควบคุมจังหวะเบื้องหลังด้วยฉาบที่แตกสนั่น สปีดดนตรีที่แสนจะ
เชื่องช้า ริฟฟ์ยานค้าง เสียงร้องที่เปล่งกึ่งคำรามจากในลำคอ ไม่แปลกที่มันจะถูกเรียกว่า ดูม
ซึ่งต่อมาถูกพัฒนา และ กลายมาเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เรียกว่า “สโตเนอร์”
หากหลายๆเพลงของ Sabbath ถูกเรียกขานว่าเป็น Prototype ของดนตรีดูม Sleep ได้นำ
มันมาคลี่คลายด้วยแนวทางของตัวเอง และพัฒนาไปสู่สิ่งที่ก้าวหน้ายิ่งกว่า ผลงานชิ้นสำคัญ
อย่าง “Jerusalem” น่าจะเป็นตัวบันทึกประวัติศาสตร์ของความเมามันนี้ไว้อย่างควรเคารพ
“Jerusalem” คืออัลบั้มชุดที่สาม ที่เกือบเป็นทางการ(บู้ทเลกนะแหล่ะ)ของวง เวลาสองปีในการ
เขียนเพลงรวมถึงทำอัลบั้มชุดนี้ ค่าใช้จ่ายครึ่งนึงในการทำงานถูกนำไปซื้อเครื่องขยายเสียง และ
กัญชา (๕๕๕) บรรจุบทเพลงทั้งหมดหนึ่งเพลง(ที่มีหกพาร์ท) ได้ถูกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19/1/1999
ในความยาวของดนตรี 52 นาที อุดมไปด้วยสิ่งที่เราขนานนามมันว่า ดูม หรือ สโตเนอร์ อย่างเปี่ย,ล้น
สรรพเสียงแห่งความล่องลอย เมายา sabbath ฮาร์ดร็อค ถูกผสมกลมกลืนกันอย่างวิเศษ มันพาผู้ฟัง
ไปยังโลกของความแห้งแล้ง ที่มีแต่ที่เวิ้งว้าง ทะเลทราย แสงแดดอันร้อนระอุ
แต่โชคยังดีที่ ลี ดอร์เลียน (แห่งวง Cathedral) ได้มาพบเจอ และรับเข้าสังกัด Rise Above รวมถึงนำJerusalem วางตลาดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
แต่กลับกลายมาเป็นอัลบั้มชุด Dopesmoker แทน(ที่เพิ่มเพลงที่แสดงสดเข้าไปอีกเพลง)
ซาวน์ของ Jerusalem จะรกมากกว่าใน Dopesmoker
ถ้าคุณชอบ Queen of the stone age , Fumanchu , Unida , Monster Magnet , Kyuss และบรรดาวงที่เล่นในแนวทางใกล้เคียงนี้ โปรดจงรู้ไว้เถิดว่า ตำนานมันเป็นยังไง ฟังมันซะ….
>>>รูัไว้ให้โง่…
Sleep Line-Up
- Al Cisneros – bass guitar, vocals
- Matt Pike – guitar
- Chris Hakius – drums
- Justin Marler – guitar (1990-’91)



